นักทำช็อกโกแลตก็คือผู้ที่นำเมล็ดโกโก้มาผลิตให้เป็นช็อกโกแลต

ในช่วงแรกเริ่มนั้น เมล็ดโกโก้จะนำเข้ามาจากประเทศที่เป็นแหล่งผลิตเมล็ดโกโก้ทั่วโลก ซึ่งต้องเป็นประเทศที่มีพื้นที่อยู่ในบริเวณ 20 องศาเหนือและใต้เส้นศูนย์สูตร จากนั้น จึงนำเมล็ดโกโก้มาผ่านกระบวนการต่างๆ (เช่น การตากแห้ง อบ ฝัด ขจัดสิ่งปลอมปน เติมสารประกอบต่างๆ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติ เป็นต้น) ผสมผสานกันจนออกมาเป็นช็อกโกแลตแท่ง และนี่ คือเหตุผลที่ทำให้เราเรียกคราฟต์ช็อกโกแลตหรือช็อกโกแลตทำมือว่าเป็นการผลิตแบบ “Bean to bar ” หรือการผลิตช็อกโกแลตจากเมล็ดโกโก้นั่นเอง ซึ่งในเว็บไซต์ของเราจะใช้ทั้งสองนี้ควบคู่กันไป

แม้ว่าในทางเทคนิคแล้ว ช็อกโกแลตทุกชนิดก็ล้วนแล้วแต่ผลิตจากเมล็ดโกโก้ด้วยขั้นตอนแบบ Bean to Bar ทั้งสิ้น แต่สำหรับเรา คำว่า Bean to Bar จะอธิบายถึงการผลิตช็อกโกแลตด้วยตนเองในทุกขั้นตอน โดยเริ่มตั้งแต่การคัดสรรและเลือกซื้อวัตถุดิบเมล็ดโกโก้โดยตรงจากเกษตรกรผู้ผลิต จนกระทั่งเสร็จสิ้นขั้นตอนการผลิตและได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ช็อกโกแล็ต แสนอร่อย

บริษัทช็อกโกแลตหลายๆ บริษัทในท้องตลาดมักจะเพียงแค่ซื้อผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป (ช็อกโกแลตแท้ โกโก้นิบส์ ผงโกโก้ และโกโก้บัตเตอร์) จากบริษัทอื่นๆ แล้วนำมาละลายและผสมเข้าด้วยกันเพื่อผลิตเป็นช็อกโกแลตสำเร็จรูป

ขณะที่การผลิตช็อกโกแลตแบบ Bean to Bar นั้น ทุกขั้นตอนของการผลิตจะกระทำโดยผู้ผลิตหรือบริษัทเดียวกัน ตั้งแต่การคัดสรรเมล็ดโกโก้จวบจนกระทั่งได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต

ช็อกโกแลตเมคเกอร์ที่ผลิตช็อกโกแลตแบบBean to barนั้น จะต้องมองเห็นภาพรวมของกระบวนการผลิตทั้งหมด และเป็นผู้ที่คัดเลือกเมล็ดโกโก้และผู้จัดจำหน่าย ตลอดจนเครื่องจักรและเทคนิคที่ใช้ในการผลิต เวลาและอุณหภูมิที่ใช้ในการอบ และแม้แต่รูปแบบของแม่พิมพ์ช็อกโกแลตและบรรจุภัณฑ์

การผลิต Bean to Bar ช็อกโกแลตนั้นจำเป็นต้องทุ่มเทเวลา ความรัก และความอุตสาหะ (ไม่ต้องพูดถึงหยาดเหงื่อ เลือดเนื้อ และหยดน้ำตาที่สูญเสียไปมากมาย) มากกว่าการที่เพียงแค่ซื้อช็อกโกแลตสำเร็จรูปจากผู้ผลิตรายอื่นมาละลายและผสมให้เข้ากันไม่รู้นับกี่เท่าต่อกี่เท่า

เป็นที่ทราบกันดีว่า ช็อกโกแลตเมคเกอร์ผู้ผลิตช็อกโกแลตทำมือแบบ Bean to Bar นั้น จะทำการคัดเลือกเมล็ดโกโก้คุณภาพเยี่ยมจากแหล่งปลูกออร์แกนิกที่ยึดถือจริยธรรมในการประกอบอาชีพ ปราศจากการใช้แรงงานทาส และซื้อวัตถุดิบคุณภาพสูงมาในราคาที่เป็นธรรม

เราลองมาแยกย่อยถึงข้อแตกต่างที่สำคัญสามประการ:

คุณภาพของเมล็ดโกโก้ – บริษัทผู้ผลิตอินดัสเตรียลช็อกโกแลตจะซื้อเมล็ดโกโก้ในปริมาณมาก เนื่องจากมีราคาถูก ซึ่งอาจทำให้ได้เมล็ดโกโก้สายพันธุ์ที่ด้อยคุณภาพและได้รับการหมักอย่างไม่เหมาะสม

ส่วนผู้ผลิตคราฟต์ช็อกโกแลตจะคัดสรรเฉพาะเมล็ดโกโก้คุณภาพสูงในท้องตลาด เพื่อให้ได้มาซึ่งรสชาติที่ดีที่สุด และมักยอมจ่ายในราคาที่สูงกว่าเพื่อซื้อสินค้าที่ผลิตตามหลักจริยธรรม

ส่วนผสม – อินดัสเตรียลช็อกโกแลตมักมีรายการส่วนผสมที่ยาวเหยียดและเต็มไปด้วยสารปรุงแต่งที่เห็นแล้วต้องตั้งคำถามถึงความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมของน้ำตาล สารแต่งสี สารแต่งรส น้ำมันพืช และนมผงในปริมาณมาก ในขณะที่มีโกโก้แท้ (วัตถุดิบช็อกโกแลต) ในสัดส่วนที่ต่ำ

ขณะที่Bean to barช็อกโกแลตจะมีส่วนผสมเพียงไม่กี่อย่าง และโดยมากมักประกอบด้วยน้ำตาลทรายออร์แกนิกและโกโก้เพียงเท่านั้นสำหรับดาร์คช็อกโกแลต

การผลิต – การผลิตช็อกโกแลตในเชิงอุตสาหกรรมจะเป็นการผลิตช็อกโกแลตปริมาณมากด้วยเครื่องจักรในโรงงานที่ได้มาตรฐาน

ส่วนBean to barช็อกโกแลตนั้นจะเป็นการผลิตแบบทำมือในสเกลเล็กๆ และใช้เครื่องจักรให้น้อยที่สุด โดยแทนที่เครื่องจักรด้วยงานฝีมือที่ต้องอาศัยความรักและความหลงไหล ทำให้ช็อกโกแลตที่ได้มีลักษณะและรสชาติที่พิเศษไม่เหมือนใคร

ช็อกโกแลตเมคเกอร์ผู้ผลิตคราฟต์ช็อกโกแลตอาจเดินทางไปทุกหนทุกแห่งเพื่อเสาะแสวงหาเมล็ดโกโก้ที่ดีที่สุด หรืออาจซื้อจากผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้ผลิต พันธมิตร หรือแม้แต่จากฟาร์มใดฟาร์มหนึ่งเพียงแห่งเดียว

และมีผู้ผลิตจำนวนไม่มากที่ปลูกต้นโกโก้ด้วยตนเอง และ Anarchy Chocolate คือหนึ่งในนั้น

เนื่องจากเมล็ดโกโก้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญเพียงอย่างเดียวในการผลิตBean to barช็อกโกแลตคุณภาพเยี่ยม ผู้ผลิตคราฟต์ช็อกโกแลตจึงให้ความสำคัญกับการสรรหาเมล็ดโกโก้จากแหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือและเป็นที่ไว้วางใจ ซึ่งสามารถรับประกันและมอบสวัสดิภาพที่ดีให้แก่เกษตรกรซึ่งทำงานให้แก่ตน ตลอดจนมีการจ่ายค่าจ้างที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยเพื่อเป็นรางวัลให้แก่การทุ่มเททำงานอย่างหนักของพวกเขา ซึ่งนี่มักเรียกว่า “การค้าขายโดยตรง” โดยบางบริษัทอาจได้รับการรับรอง “การค้าขายที่เป็นธรรม (Fair Trade)” โดยรับประกันว่าคู่ค้าบุคคลภายนอกของบริษัทมีการจ่ายค่าจ้างให้แก่เกษตรกรในอัตราสูงกว่าค่าเฉลี่ย

ที่ Anarchy Chocolate คัดสรรเมล็ดโกโก้คุณภาพเยี่ยมจาก “สุริยา โกโก้ ฟาร์ม” ในจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดเชียงใหม่ หรือจากป่าสวนครัวและสวนผลไม้ของเราในจังหวัดตราด ประเทศไทย ที่ๆ เราทำการเพาะปลูกด้วยวิถีการเกษตรแบบยั่งยืน

คราฟต์ช็อกโกแลตบางยี่ห้อได้รับการรับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก แต่บางยี่ห้อก็ไม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าช็อกโกแลตที่ไม่ได้การรับรองผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจะประกอบด้วยสารเคมีหรือสารกำจัดศัตรูพืชที่เป็นอันตราย ไม่ใช่เลย!

ค่าใช้จ่ายในการขอใบรับรองผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกนั้นสูงเกินกว่าที่เกษตรกรในประเทศโลกที่สามจะสามารถจ่ายไหว อย่างไรก็ตาม เมล็ดโกโก้ของพวกเขาอาจมีความ “เป็นธรรมชาติ” เทียบเท่ากับเมล็ดโกโก้ออร์แกนิกที่ได้รับการรับรอง ขณะเดียวกัน การยื่นขอใบรับรองผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกก็อาจเป็นไปเพียงเพื่อให้สามารถจำหน่ายพืชผลในราคาที่สูงขึ้นก็เป็นได้

เมล็ดโกโก้ที่เราปลูกไว้ที่ Anarchy Farm ไม่ได้ผ่านการรับรองผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกเพราะเราไม่เชื่อว่าเราจำเป็นต้องขอให้ภาครัฐมารับรองก่อนที่เราจะปลูก “อาหารที่แท้จริง” เราเชื่อแค่ว่าอาหารทุกชนิดเป็นอาหารออร์แกนิกหากได้รับการเพาะปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี เราเพาะปลูกอาหารส่วนใหญ่ของเรารวมถึงเมล็ดโกโก้โดยยึดหลักการเพาะปลูกตามธรรมชาติและวิถีการเกษตรแบบยั่งยืน

หากในการเพาะปลูกพืชมีการใช้ฮอร์โมน ยาฆ่าแมลงหรือยาฆ่าหญ้าควรมีการระบุข้อมูลไว้บนฉลากของผลิตภัณฑ์ด้วย และผู้บริโภคควรมีความตระหนักถึงผลิตภัณฑ์ที่ตนจับจ่ายซื้อหาและนำมาบริโภค โดยผู้บริโภคควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าตามความเหมาะสม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการค้าและการตลาดแบบเสรี

ทั้งนี้ ระบบการติดฉลากและรับรองอาหารออร์แกนิกควรใช้อุตสาหกรรมการเกษตรขนาดใหญ่เพื่อความโปร่งใส แทนที่จะมาใช้กีดกันให้เกษตรกรรายย่อยต้องออกจากธุรกิจเนื่องจากข้อจำกัดด้านราคา

เรายังคงซื้อเมล็ดโกโก้ออร์แกนิกที่ได้รับการรับรองเมื่อเราสามารถทำได้ แต่สำหรับเราแล้ว เราให้ความสำคัญกับการสร้างสัมพันธภาพที่ดีและทำความรู้จักกับเกษตรกรคู่ค้าของเรา เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาเพาะปลูกเมล็ดโกโก้ด้วยวิธีธรรมชาติตามแบบที่มันควรจะเป็น

ช็อกโกแลตจากแหล่งผลิตเพียงหนึ่งเดียว หมายถึง การที่เมล็ดโกโก้ที่ใช้ผลิตช็อกโกแลตหนึ่งแท่งได้มาจากกลุ่มผู้ค้าหรือผู้ผลิตในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเพียงแห่งเดียว

ตัวอย่างเช่น ช็อกโกแลตแท่งจากเมล็ดโกโก้แท้ของ Anarchy Chocolate ผลิตด้วยเมล็ดโกโก้จากผป่าสวนครัวและสวนผลไม้เชิงเกษตรวิถียั่งยืนของเราเอง เราจึงติดฉลากช็อกโกแลตแท่งของเราว่าเป็น “ช็อกโกแลตจากแหล่งผลิตเพียงหนึ่งเดียวในจังหวัดตราด ประเทศไทย”

ดังนั้น Bean to barช็อกโกแลตที่เราผลิตขึ้นทุกแท่ง จะติดฉลากตามชื่อของแต่ละจังหวัดที่เราซื้อเมล็ดโกโก้มาผลิต เช่น จันทบุรีและเชียงใหม่ เป็นต้น

ช็อกโกแลตที่ผลิตในบางประเทศจะมีชื่อเสียงมากกว่าประเทศอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เหตุผลที่ดีที่จะเลือกหรือหลีกเลี่ยงเมล็ดโกโก้จากประเทศใดประเทศหนึ่ง

เพราะไม่ใช่ว่าไวน์ทุกยี่ห้อที่ผลิตในประเทศอิตาลีหรือฝรั่งเศสนั้นควรค่าแก่การซื้อหา เฉกเช่นเดียวกับช็อกโกแลตต่างๆ ที่มีจำหน่ายในโลกนี้ที่ชื่อเสียงของประเทศแหล่งผลิตไม่ใช่ทุกอย่าง ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่ควรพิจารณา เช่น สภาพการทำงานและค่าจ้างของเกษตรกรผู้เพาะปลูกเมล็ดโกโก้ สายพันธ์และพันธุกรรมของพืช พื้นที่เพาะปลูก กระบวนการหลังเก็บเกี่ยว และทักษะความสามารถของผู้ผลิตคราฟต์ช็อกโกแลต

ประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆ ที่กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในโลกของช็อกโกแลต โดยในปัจจุบัน เริ่มมีผู้ให้ความสนใจการปลูกเมล็ดโกโก้ในฐานะพืชเศรษฐกิจ ตลอดจนเริ่มมีผู้ผลิตคราฟต์ช็อกโกแลตรายย่อยที่หันมาผลิตBean to barช็อกโกแลตรสเลิศ แล้วคุณล่ะ เคยลองชิมBean to barช็อกโกแลตจากประเทศไทยบ้างหรือยัง?

ค่าอัตราส่วนร้อยละที่แสดงบนฉลากของBean to barช็อกโกแลต หมายถึง ปริมาณของโกโก้เมื่อเทียบกับส่วนประกอบอื่นๆ ในผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตสำเร็จรูป คิดตามน้ำหนัก

เนื่องจากดาร์กช็อกโกแลตมีส่วนผสมของวัตถุดิบเพียงสองชนิด อัตราส่วนดังกล่าวสำหรับเราก็เพียงแค่ น้ำหนักของเมล็ดโกโก้ (85%) ต่อน้ำตาลทรายออร์แกนิก (15%)

ค่าร้อยละของโกโก้ในช็อกโกแลตหนึ่งแท่งไม่ใช่ตัวบ่งบอกคุณภาพของช็อกโกแลต แต่เป็นเพียงแค่การระบุปริมาณของโกโก้ในช็อกโกแลตดังกล่าว และไม่ได้ระบุถึงคุณภาพของโกโก้แต่อย่างใด

ค่าร้อยละของโกโก้ในช็อกโกแลตหนึ่งแท่งเป็นเพียงตัวเลขที่บ่งบอกว่าช็อกโกแลตจะมีรสขมหรือหวานมากน้อยเพียงใด

ในการผลิต “Bean to barช็อกโกแลต” ของเรา เราได้ซื้อเมล็ดโกโก้จากจังหวัดเชียงใหม่ในภาคเหนือของประเทศไทย และจากสวนโกโก้เก่าแก่อายุกว่าสิบปีในจังหวัดจันทบุรีซึ่งเป็นจังหวัดเพื่อนบ้านของเราซึ่งใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์จากฟาร์มของเราเพียง 30 นาที

ต่อมาในช่วงต้นปี 2019 เราได้เริ่มปลูกโกโก้ในสวนผลไม้ของเราด้วยวิธีทำการเกษตรแบบธรรมชาติ นอกจากนี้ เรายังได้ปลูกต้นโกโก้ในป่าสวนครัวตามวิถีการเกษตรแบบยั่งยืนของเรา ซึ่งเราได้ใช้เมล็ดโกโก้ที่เราปลูกในฟาร์มทั้งสองแห่งในการผลิตBean to barช็อกโกแลตสูตรพิเศษของเรา

การเพาะปลูกโกโก้ด้วยตนเองทำให้เราสามารถควบคุมกระบวนการผลิตได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การหว่านเมล็ดพันธุ์โกโก้ไปจนถึงการสรรค์สร้างช็อกโกแลตแสนอร่อยที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ใช่ เราใช้ส่วนประกอบอื่นๆ ด้วย ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่เราทำ

โดยสำหรับดาร์กช็อกโกแลต เราใช้เมล็ดโกโก้และน้ำตาลทรายออร์แกนิก

ส่วนในการผลิตช็อกโกแลตนม เราเติมนมผงและโกโก้บัตเตอร์ลงไปด้วย

ทั้งนี้ เราผลิตโกโก้บัตเตอร์ด้วยตนเองโดยการบีบอัดเมล็ดโกโก้

สำหรับการปรุงรสช็อกโกแลต เราแต่งรสด้วยโกโก้บัตเตอร์และพริกหรือผลไม้ตามฤดูกาลที่ได้จากสวนหรือป่าสวนครัวตามวิถึการเกษตรแบบยั่งยืนของเรา

ทุกส่วนประกอบของเราเป็นส่วนประกอบออร์แกนิกจากธรรมชาติ 100%

เช่นเดียวกันกับไวน์ชั้นเลิศ เมล็ดโกโก้จากสวนหรือฟาร์มแต่ละแห่งจะมีรสเฉพาะตัว

โดยรสของโกโก้จะแปรผันตามลักษณะของดินที่ใช้ปลูก ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ความหลากหลายของสายพันธุ์ พืชชนิดอื่นๆ ที่ปลูกร่วมกัน (เช่น กาแฟ ฝรัง กล้วย เป็นต้น) การเก็บเกี่ยว การหมัก การตากแห้ง และการอบเมล็ดโกโก้

หัวใจสำคัญของศิลปะในการผลิตBean to barช็อกโกแลตก็คือการดึงเอารสชาติที่ต้องการออกมา เพื่อสรรค์สร้างให้ได้ช็อกโกแลตที่มีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ที่หาไม่ได้จากช็อกโกแลตที่ผลิตในระดับอุตสาหกรรมทั่วไป

ควรเก็บช็อกโกแลตในที่แห้งและเย็น ซึ่งมีอุณหภูมิระหว่าง 16 ถึง 18 องศาเซลเซียส (60 ถึง 64 องศาฟาเรนไฮต์)

เราใช้น้ำตาลทรายออร์แกนิกคุณภาพสูง (จากประเทศไทย) อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้รับประทานอาหารมังสวิรัติและวีแกน

กลูเตนเป็นโปรตีนที่พบในธัญพืชไม่ใช่ในพืชที่มีลักษณะเป็นเมล็ดเช่นโกโก้ ดังนั้น โดยธรรมชาติแล้วคราฟต์ช็อกโกแลตทุกชนิดจึงปราศจากกลูเตน

บางบริษัทอาจได้รับการรับรองว่าว่าช็อกโกแลตของตนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากกลูเตน ซึ่งหมายความว่าโรงงานดังกล่าวไม่มีการนำกลูเตนมาใช้ในกระบวนการผลิต

ในขณะที่ผู้ผลิตที่เหลือจะต้องระบุข้อความ “อาจมีส่วนผสมของกลูเตน” ไว้บนบรรจุภัณฑ์ตามกฎหมาย แม้ว่าในความเป็นจริงเราจะไม่มีส่วนประกอบที่เป็นกลูเตนอยู่ในช็อกโกแลตที่เราทำก็ตาม ลองศึกษาข้อมูลดูสิ!

แน่นอนที่สุด! ช็อกโกแลตของเราไม่มีส่วนผสมของผลิตภัณฑ์จากสัตว์

Bean to bar ช็อกโกแลตของเราไม่ได้รับการรับรอง Fair Trade แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญที่สุดก็คือการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเกษตรกรในท้องถิ่นและการไปให้ถึงเป้าหมายสูงสุดของเราด้านความโปร่งใสและความไว้เนื้อเชื่อใจในกระบวนการสรรหาวัตถุดิบของเรา สัมพันธภาพที่แนบแน่นระหว่างเรากับผู้ผลิตและผู้ค้าเมล็ดโกโก้เป็นเครื่องรับประกันถึงความเท่าเทียมและความยุติธรรมในการทำการค้ากับเกษตรกรท้องถิ่น

ในมุมมองของเรา เราไม่ได้นำ Fair Trade มาใช้กับเมล็ดโกโก้ที่เราปลูก เก็บเกี่ยว และผลิตเป็นช็อกโกแลตโดยตรง แต่เรามอบการค้าขายที่เป็นธรรมให้แก่คุณ!

มีปัจจัยต่างๆ มากมายที่ส่งผลต่อราคาช็อกโกแลตแท่งของเรา ได้แก่:

  • วัตถุดิบ (เมล็ดโกโก้และน้ำตาลทรายออร์แกนิก) มีราคาที่สูงมาก
  • เวลาและแรงงานที่ใช้ในการเพาะปลูกโกโก้และผลิตช็อกโกแลตทำมือในรูปแบบของอุตสาหกรรมขนาดเล็ก
  • ต้นทุนของเครื่องจักร (เครื่องผสม เตาอบ เครื่องบด เครื่องฝัด มาตรวัดความละเอียดของเครื่องบด ตู้เย็น และแม่พิมพ์ ฯลฯ) ที่ใช้ในการผลิตและควบคุมความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์
  • การออกแบบ จัดพิมพ์ และจัดทำบรรจุภัณฑ์
  • การจัดทำเว็บไซต์และการทำการตลาดของแบรนด์

ทางเดียวที่จะทำให้ธุรกิจของเราคงอยู่และเติบโตได้อย่างยั่งยืนก็คือการตั้งราคาของช็อกโกแลตให้สูงกว่าราคาของช็อกโกแลตในผลิตในระดับอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม เพื่อควบคุมราคาให้อยู่ในระดับที่เอื้อมถึงได้เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสลิ้มรสช็อกโกแลตสัญชาติไทยของเรา เราได้:

  • จำกัดขั้นตอนการจัดหาวัตถุดิบให้สั้นที่สุด และสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น
  • นอกจากนี้ เรายังปลูกต้นโกโก้ในสวน Anarchy Farm และป่าสวนครัวตามวิถีการเกษตรแบบยั่งยืนของเราเอง
  • เราไม่นำเข้าเมล็ดโกโก้จากต่างประเทศ

แต่ถึงกระนั้น Anarchy Chocolate ก็เป็นเพียงแค่ธุรกิจครอบครัวที่ต้องหาหนทางที่จะประคับประคองให้ธุรกิจของเราไปได้ตลอดรอดฝั่งและประสบความสำเร็จในระยะยาว ซึ่งพนักงานประจำส่วนใหญ่ไม่มีทางทุ่มเทเวลา ตลอดจนแรงกายและแรงใจอย่างมหาศาลและต่อเนื่องยาวนานในการสร้างสรรค์และผลิตคราฟต์ช็อกโกแลตอย่างที่พวกเราทำ

ด้วยเหตุผลต่างๆ เหล่านี้ เราจึงคิดว่าเราได้พยายามอย่างยิ่งที่จะผลิตสุดยอดช็อกโกแลตแท่งคุณภาพเยี่ยมตลอดจนผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตอื่นๆ ในราคาที่จับต้องได้ ส่วนคุณ ก็เพียงแค่ดื่มด่ำกับรสชาติของความอิสระเสรีที่เรามอบให้!

ช็อกโกแลตเมคเกอร์คือผู้ที่ซื้อเมล็ดโกโก้แล้วนำมาผลิตเป็นช็อกโกแลตด้วยตนเองในทุกขั้นตอน

ส่วนช็อกโกแลตเทียร์นั้นจะซื้อหรือนำช็อกโกแลตสำเร็จรูปทำการละลายแล้วแต่งกลิ่นและรสให้เป็นผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตพร้อมรับประทานหลากหลายรสชาติ

ข่าวดีก็คือ ดาร์กช็อกโกแลตดีต่อสุขภาพของคุณ ตราบเท่าที่ไม่ใช่ช็อกโกแลตรสหวานจัดที่มีน้ำตาลสูงแบบช็อกโกแลตที่ผลิตจากโรงงานทั่วไป

ดาร์กช็อกโกแลตประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุ และสารอาหารนานาชนิดดีต่อสุขภาพของคุณ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และสารธีโอโบรมีน (theobromine) ยังช่วยให้คุณอารมณ์ดีอีกด้วย!

ดาร์กช็อกโกแลตแบบแท่งน้ำหนัก 100 กรัม ที่มีปริมาณโกโก้ตั้งแต่ 70% ขึ้นไป จะมีสารอาหารดังต่อไปนี้:

  • ไฟเบอร์ 11 กรัม
  • ธาตุเหล็ก คิดเป็น 67% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน
  • แมกนีเซียม คิดเป็น 58% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน
  • ทองแดง คิดเป็น 89% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน
  • แมงกานีส คิดเป็น 98% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน

ดูๆ ไปแล้ว ก็สมเหตุสมผลทีเดียวที่คุณจะเพิ่มช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆ สองสามชิ้นหรือโรยเมล็ดโกโก้ลงบนซีเรียลของคุณเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหาร

คุณทราบหรือไม่ว่าช็อกโกแลตช่วยกระตุ้นการหลั่งของเอ็นดอร์ฟินในสมอง โดยเอ็นดอร์ฟินเป็นฮอร์โมนตามธรรมชาติที่ทำให้เรารู้สึกเป็นสุขและพึงพอใจ

ช็อกโกแลตประกอบไปด้วย “ยาปลูกรัก” ตามธรรมชาติที่เรียกว่าทริปโตแฟน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่สมองใช้สร้างสารไนอะซินซึ่งจะแปรเปลี่ยนเป็นสารสื่อประสาทที่เรียกว่าซีโรโตนิน โดยซีโรโตนินในระดับสูงจะก่อให้เกิดความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ ซึ่งเป็นความรู้สึกเดียวกันกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อเราตกหลุมรัก

และต่อไปนี้คือข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ — ช็อกโกแลตทำจากเมล็ดของต้นธีโอโบรมาโกโก้ และคำว่า ธีโอโบรมา (Theobroma) ในภาษากรีก หมายถึง ‘อาหารของพระเจ้า’

อาณาจักรโบราณอย่างแอซเทคเคารพบูชาต้นโกโก้และนำเมล็ดของมันมาใช้แทนเงินตรา โดยพวกเขาเชื่อว่าต้นโกโก้คือแหล่งกำเนิดของพละกำลังและความมั่งคั่ง

สุขภาพของคุณก็คือทรัพย์สินและความมั่งคั่งของคุณ ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะคิดว่าคุณคือเทพเจ้าแห่งความรักหรือแค่ต้องการรู้สึกตกหลุมรักวันละนิดละหน่อย การกินช็อกโกแลตเพิ่มขึ้นอีกนิด ก็จะทำให้คุณรู้สึกดีมากยิ่งขี้น!

ส่วนประกอบที่เป็นพิษในช็อกโกแลตก็คือคาเฟอีนและธีโอโบรมีน

ในขณะที่ร่างกายของคนเราสามารถเผาผลาญและเปลี่ยนสภาพของคาเฟอีนและธีโอโบรมีนได้อย่างง่ายดาย ทำให้เราเพียงแค่รู้สึกเวียนศีรษะเล็กน้อยเมื่อได้รับสารกระตุ้นทั้งสองชนิด แต่สำหรับเจ้าตูบเพื่อนรักของเรา ร่างกายของพวกมันจะกำจัดสารทั้งสองชนิดนี้ได้ช้ากว่าเรามาก ทำให้มีระดับของสารพิษในร่างกายปริมาณสูง

โดยสุนัขพันธุ์ใหญ่จะสามารถบริโภคช็อกโกแลตได้ในปริมาณที่มากกว่าสุนัขพันธุ์เล็กก่อนที่จะก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ ดังนั้น ช็อกโกแลตนมปริมาณเพียงเล็กน้อยที่มีอยู่ในบราวนี่ก็อาจจะทำให้เจ้าตูบเพียงแค่เกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วนจนทำให้อาเจียนหรือถ่ายเหลวเท่านั้นเอง

ดาร์กช็อกโกแลตจะมีความเข้มข้นของธีโอโบรมีนในระดับสูง และอาจทำให้สุนัขมีอาการสั่นเนื่องจากกล้ามเนื้อหดเกร็ง ชัก หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูง มีเลือดออกในอวัยวะภายใน จนถึงภาวะหัวใจวายได้

โดยสัญญาณเตือนแรกเริ่มว่าสุนัขของคุณมีอาการพิษจากธีโอโบรมีน ได้แก่ อาการลุกลี้ลุกลนผิดปกติ วิธีรักษาเพียงอย่างเดียวของการได้รับสารพิษจากช็อกโกแลตก็คือการทำให้สุนัขอาเจียนออกมาโดยเร็วที่สุดหลังจากที่กินช็อกโกแลตเข้าไป โดยยิ่งช็อกโกแลตอยู่ในระบบโลหิตนานขื้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นอันตรายต่อสุนัขมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

หากคุณกำลังกังวลว่าสุนัขของคุณอาจจะกินช็อกโกแลตเข้าไปในปริมาณมากและมีอาการลุกลี้ลุกลนผิดปกติ โปรดติดต่อสัตวแพทย์ในพื้นที่ใกล้เคียงทันที

Anarchy Chocolate – Peace, Love & Chocolate

Sign up and Save

We'd love it if you subscribe to our mailing. You will get special offers, discount codes, and access to delicious new editions before general release.

close-link